หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
logo aceบล.เออีซี : Daily Focus
 
AECS Daily Focus
--------------
Market Outlook
•    วันนี้เราคาดดัชนี SET ลุ้นฟื้นตัวต่อเนื่องหลังทิศทาง Flow ตลาดหุ้นของกลุ่ม นลท.ต่างขาติเริ่มหยุดขายวานนี้ บวกกับตัวเลขเศรษฐกิจภายในประเทศปรับตัวดีขึ้น หนุนด้วยเข้าใกล้กำหนดวันเลือกตั้ง คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,625-1,645
Market Factors
•    (+) แม้มีรายงานว่าจีนอาจไม่ทำตามข้อตกลงการค้าบางประเด็นกับสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เริ่มเห็นสัญญาณการเจรจากันอยู่เรื่อยๆ โดยในวันที่ 25 มี.ค. ทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ จะบินไปเจรจากับจีนอีกครั้งคาดการเจรจาอาจมีความคืบหน้ามากขึ้น
•    (watch) จับตาการประชุม FED เป็นวันที่ 2 เพื่อหาสัญญาณทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยตลาดคาดว่าFED จะคงอัตราดอดเบี้ยในปีนี้
•    (+) หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่น เดือน ก.พ. 62 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง อยู่ที่ระดับ 48.5 โดยภาพรวมยังมั่นใจเศรษฐกิจไทยดีขึ้น ผลจากการเลือกตั้ง การท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว และแนวโน้มสินค้าเกษตรดีขึ้น อย่างไรก็ดี จับตาความกังวลค่าครองชีพ และความคืบหน้าสงครามการค้าสหรัฐ-จีน (ประชาชาติธุรกิจ)
•     (+) มติ ครม.วานนี้ เห็นชอบจัดสรรงบประมาณ 37,900 ลบ.เข้ากองทุนสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเดินทางไปรักษาพยาบาล และค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุ รวมถึงการอนุมัติวงเงิน 2,932 ลบ.ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชหลังนา ปี 2561/62 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการน้ำที่เพิ่มขึ้น (กรุงเทพธุรกิจ)
•    (watch) อัพเดท Flow การลงทุนตลาดหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ โดยเดือน ม.ค. 62 ซื้อสุทธิ 6,721.62 ลบ. และเดือน ก.พ. 62 ขายสุทธิ 3,410.15 ลบ. ส่วน Month to date ต่างชาติขายสุทธิ 14,686ลบ. โดยเมื่อวานนี้ต่างชาติซื้อหุ้น 601.65 ล้านบาท หลังขายติดต่อกัน 3 วันทำการ
Investment Strategy
•    สัปดาห์นี้มอง SET Index ได้อานิสงส์จากมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบัน เพราะเข้าใกล้ช่วงโค้งสุดท้ายของวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. นี้คาดจะทำให้ลดความกังวล Political Risk พร้อมกับมามีความเชื่อมั่นมากขึ้น หนุนให้ทั้งการลงทุนและการท่องเที่ยวดีขึ้น ดังนั้นมอง SET Index มีแรงซื้อกลับในช่วงปลายเดือนมองภาพรายเดือนดัชนีมีแนวรับ 1,610 จุด และแนวต้าน 1,675 จุด มองเป็นโอกาสเข้าซื้อ 3 กลุ่ม หุ้นเด่น ดังนี้
•    กลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์หลังเลือกตั้ง: กลุ่มค้าปลีก (มองได้อานิสงส์บวกจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำที่พรรคการเมืองหลักทั้ง 4 นำมาใช้เป็นนโยบายหลักในการหาเสียง ซึ่งมีค่าเฉลี่ยของค่าแรงขั้นต่ำใหม่สูงกว่าระดับปัจจุบันที่ 330 บาทต่อวัน ราว 25-26.9% คาดหนุนกำลังซื้อกลุ่ม    รากหญ้าให้ปรับตัวดีขึ้น เลือกหุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์ ได้แก่ CPALL,  AEONTS), กลุ่มท่องเที่ยว (คาดเมื่อประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มมีมุมมองความเสี่ยงทางการเมืองของประเทศไทยที่ลดลง คาดทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เลือกหุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์ ได้แก่ AAV, AOT, PLAT)และกลุ่มสื่อ (คาดเอเจนซี่ที่ชะลอการใช้เม็ดเงินในช่วงก่อนหน้าจะกลับมาอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่อุตสาหกรรมอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งมีความชัดเจนและการบริโภคในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น โดยแนะนำกลุ่มที่เห็นสัญญาณบวกจากส่วนแบ่งในเม็ดเงินโฆษณาที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในเดือน ก.พ. ได้แก่ กลุ่มดิจิตอลทีวี (เพิ่มจาก 62.7% ณ สิ้น ธ.ค. เป็น 64.8%) แนะนำ RS, BEC และกลุ่ม Out of Home (เพิ่มจาก 12.2% ณ สิ้น ธ.ค. เป็น 13.7%) แนะนำ VGI
•    Turnaround Stock: โดยเลือกหุ้นที่กำไรปี 61 ชะลอลงแต่จะกลับมาฟื้นตัวโดดเด่นในปี 62 เลือก TKS (ปี 62 คาดกำไรโตเด่น 29.8%YoY จากงานบัตรเลือกตั้งและการเพิ่มสินค้าและบริการด้านนวัตกรรม + แนวโน้มสดใส นอกจากนี้มี Upside Risk หากได้งาน E-Passport), TWPC (ปี 62 คาดกำไรโตเด่น 146.6%YoY จากแผน Inorganic Growth และสภาวะขาดแคลนวัตถุดิบเริ่มดีขึ้น, TVDปี 62 ตั้งเป้ารายได้รวม 4,800 ลบ. เพิ่มขึ้น 20% YoYแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจของทีวี ไดเร็ค 3,300 ลบ. และจาก 6 บริษัทในเครืออีก 1,500 ลบ. ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์หลักจากการทำ Omni Channel Direct Marketing Experience โดยผสมผสานการทำตลาดผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 
•    กลุ่มโรงพยาบาล: มองเป็นหุ้นกลุ่ม Defensive ที่น่าสนใจยามตลาดผันผวน จากกระแสเงินสดแข็งแกร่งไม่ผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเราคัดกรองหุ้นจากข้อมูลของ Bloomberg Consensus ที่มี Earning Growth ปี 62 โต และยังมี Upside เลือก EKH (ปี 62 ตั้งเป้ารายได้โตหนุนด้วยการเปิดให้บริการศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) พระราม 9 สามารถให้บริการได้เต็มปีทำให้สามารถรองรับคนไข้เข้ามาใช้บริการได้เพิ่มขึ้นจาก 300 ราย/ปีจากเดิมที่ 200 ราย/ปีนอกจากนี้เตรียมเปิดอาคารกุมารเวชแห่งใหม่ในช่วงต้นปี 62 ซึ่งจะมีจำนวนห้องและเตียงเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 53 เตียงจากเดิมที่มี 86 เตียง), BCH (แรงหนุนจากการปรับปรุงโรงพยาบาลในเครือ และการเพิ่มศูนย์การแพทย์ระดับตติยภูมิ พร้อมกับแนวโน้มสดใสของ WMC และ IVF), BDMS (คาดกำไรปี 62 โต YoYจากแผนยกระดับการให้บริการที่เน้นกลุ่มโรคซับซ้อนมากขึ้น และพัฒนาการของโครงการWellness Clinic  รวมทั้งคาดมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น RAM ซึ่งคาดจะบันทึกในช่วง 1Q62 (4.6 ล้านนหุ้น ที่ราคา 2,800 บาท/หุ้น) ซึ่งบริษัทมีแผนจะนำมาชำระหนี้เพื่อลดภาระทางการเงิน)
 
19-Mar-19    Change (pts.)    18-Mar-19
SET Index    1,630.09    12.52    1,617.57
SET50 Index    1,084.30    9.67    1,074.63
SET100 Index    2,388.01    20.73    2,367.28
 
High    1,633.26    Gainers      867 
Low    1,617.01    Unchanged    436
Value (Bt m)    38,474.99    Losers  501 
Volume (*000)    13,554,993          
 
Market Valuation
SET Data    2018F    2019F    Long Term
Fwd PER (x)    14.8    13.6    13.6
EPS Growth (%)    13.9    9.3    7.4
EV/EBITDA (x)    9.9    9.3    9.1
FWD PBV (x)    1.8    1.7    1.6
Dividend Yield (%)    3.2    3.5    3.9
ROE    11.5    11.7    11.4
 
Net Buy/Sell by Investor Types
Unit : M Bt    19-Mar-19    WTD    MTD    YTD
Institution    (274.37)    (97.04)    351.27    27,114.60
Proprietary    867.57    14.14    (232.60)    3,713.01
Foreign     601.65    (414.80)    (14,685.97)    (11,374.49)
Individual    (1,194.85)    497.70    14,567.29    (19,453.12)
AECS ( Fundamental and Strategic Team )
อิศรา เลิศสุดคนึง (ID.033432)    Itsara.l@aecs.com
ตฤณ  สิทธิสวัสดิ์ (ID. 091364)    Trin.s@aecs.com
จิรภัทร  โบสุวรรณ (ID. 040051)    Jirapat.b@aecs.com
ภัทรพล จันทร์อินทร์ (ID. 089932)    Patarapon.j@aecs.com
ธีรยุทธ  ฤทธิเผ่าพันธุ์    ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
สุวรรณา อัศวเหล่าวรพงศ์    Data Support / Secretary

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!