หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
KGIบล.เคจีไอ : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
 
ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้               (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)
 
ขึ้นต่อ แต่ยังต้องตามปัจจัยภายนอกใกล้ชิด 
          KGI ประเมิน SET Index วันพฤหัสฯ ขึ้นต่อ... (หลังเมื่อวานบ่ายดัชนีฯ ฟื้นแรงกว่าเราคาดเล็กน้อย) หนุนโดยปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศที่ดีขึ้น ราคาน้ำมันดิบ WTi ที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดรอบ 4 เดือน และทิศทางฟันด์โฟลว์ที่เป็นบวกมากขึ้น (เมื่อวานนี้ ต่างชาติซื้อสุทธิเป็นครั้งแรกของเดือนนี้... แม้จะมียอดซื้อไม่มากก็ตาม) สำหรับปัจจัยภายนอกนั้น ความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ลดลง หลังตัวเลขคำสั่งซื้อสินค้าคงทน ม.ค. สูงกว่าที่ consensus คาดไว้ ขณะที่ประเด็น Brexit มีพัฒนาการเชิงบวก (ตามคาด) หลังรัฐสภาอังกฤษเมื่อคืนนี้ลงมติให้ตัดแนวทางการออกจากยุโรปแบบไร้เงื่อนไข (no deal exit) ออกไป และเตรียมขอเลื่อนเส้นตายการออกจากกลุ่มยุโรปออกไปก่อน ขณะที่หุ้นไทยยังได้แรงหนุนเล็กน้อยจากประเด็นที่ว่าฟุตซี (FTSE) จะเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยจาก 1.83% เป็น 1.87% มีผล ณ สิ้นวันพรุ่งนี้... อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรติดตามจิตวิทยาหุ้นเอเชียระหว่างการซื้อขายวันนี้ หลังล่าสุดสื่อต่างประเทศรายงานว่าทรัมป์แถลงว่าไม่รีบร้อนทำข้อตกลงการค้ากับจีน และอาจเลื่อนการพบปะกับผู้นำสูงสุดของจีนไปเป็นเดือน เม.ย. แทน ซึ่งข่าวนี้อาจสร้างความผันผวนกับตลาดหุ้นได้ 
 
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน           (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)
 
เก็งกำไร STEC*, MEGA*, ZEN
          STEC* (เป้าพื้นฐาน 30 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 22.5 บาท / แนวต้านแรก 22.9 บาท หาก Breakout ผ่านไปได้ประเมินมีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 23.5 บาท (Stop loss 22 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯประเมิน Downside ของประมาณการฯต่ำ แม้การประมูลงานภาครัฐฯจะล่าช้าก็ตาม จากการพิจารณา Backlog ในมือที่น่าจะเพียงพอต่อการรับรู้รายได้ที่แน่นอนแล้ว 90% ของประมาณการปี 2562 และ 80% ของประมาณการปี 2563 ขณะที่การประมูลงานอื่นๆจะเป็น Upside ต่อประมาณการฯ เช่น โครงการทางด่วนพระราม 3 - ดาวคะนอง (ออก TOR แล้ว), โครงการรถไฟทางคู่เฟสที่ 2 (ออก TOR ใน 2H62), โครงการความเร็วสูงไทย - จีน (ออก TOR แล้ว) เป็นต้น
          MEGA* (เป้าพื้นฐาน 39 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 31.5 บาท / แนวต้าน 34.75 บาท (Stop loss 31 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานจะได้แรงหนุนจากศูนย์กระจายสินค้าที่พม่าซึ่งเพิ่งเริ่มดำเนินงานใน 3Q61 ที่ผ่านมา จะทำให้ MEGA* สามารถเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ได้ โดยฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรปีนี้โต +8% (สมมติฐานอนุรักษ์นิยม มีโอกาสปรับขึ้น) 3) PE ปี 2562 = 21 เท่า ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตย้อนหลังที่ 25 เท่า 
          ZEN (เป้า Consensus 16.7 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 15.0 บาท / แนวต้าน 15.6 บาท และถัดไปที่ 16 บาท (Stop loss 14.7 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯประเมิน EPS 2 ปีข้างหน้าโต +29% ต่อปี CAGR 2561 - 63 จากการขยายสาขาร้านอาหารผ่านช่องทางแฟรนไชส์ และอัตรากำไรสุทธิที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2562 - 63 ผลจาก Economy of scale 3) PE ปี 2562 = 23.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหุ้นกลุ่มร้านอาหารอย่าง AU และ M ที่ 29 เท่า ขณะที่คาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรสูงกว่า (Consensus คาด EPS ของ AU และ M ปี 2561 - 63 โตเฉลี่ย 22.5% และ 11% ต่อปี CAGR)
 
หุ้นเชิงปริมาณ & พื้นฐาน "Quantamental"
          หุ้นเด่น Quantamental: แนะนำ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" และ ระมัดระวังความเสี่ยง "Momentum Crash" สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้เลือก CKP* (Stop loss 4.6 บาท), TK (Stop loss 9.3 บาท) / สำหรับนักลงทุนที่รับเสี่ยงได้น้อย (เน้นที่ปัจจัย Value เลี่ยงปัจจัย Momentum เพื่อเลี่ยงความเสี่ยง Momentum Crash) เลือก SPRC* (Stop loss 9.5 บาท), ROJNA (Stop loss 4.7 บาท), BJCHI (Stop loss 1.8 บาท)
 
หุ้นมีข่าว
          (+) ฝรั่งเข้าเก็บหุ้นฟุตซี่ 7 ตัว ซื้อต่อเนื่องวันนี้ถึงพรุ่งนี้ GULF*-CPF*-MTC* ขึ้นรับเม็ดเงินไหลเข้า 5 พันล้าน (ข่าวหุ้น) นักลงทุนต่างชาติ-กองทุนไล่เก็บหุ้นใหญ่ 7 ตัว เข้าคำนวณดัชนี FTSE ALL WORD ASIA-PACIFIC เชื่อวันนี้ซื้อต่อเนื่องถึงพรุ่งนี้ เป้าหมาย DIF, MAKRO, MTC*, GPSC*, CPN*, CPF*, GULF* รับเม็ดเงินลงทุน 5 พันล้านบาท คิวต่อไป 29 มี.ค.จับตา MSCI ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย จาก 2.5% เป็น 3.0%
          (+) กรมการบินพลเรือนสั่งการให้ไลอ้อนแอร์ยุติการบินทุกเส้นทางที่ใช้เครื่องบิน Boeing 737 MAX 9  เป็นเวลา 7 วัน เพื่อความปลอดภัย (บางกอกโพสต์) เรามองข่าวดังกล่าวเป็นบวกต่อ AAV* เนื่องจากบริษัทเป็นผู้นำตลาดสายการบินต้นทุนต่ำ (LCCs) ในไทย ดังนั้น การยุติการบินของไลอ้อนแอร์จะเป็นบวกต่อผู้นำตลาด ทั้งนี้ ไลอ้อนแอร์มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 18% ในขณะนี้ เรายังคงแนะนำซื้อ AAV* โดยมีราคาเป้าหมายเท่ากับ 5.05 บาท
          (+) BJC* ทุ่มหมื่นล.ขยายสาขาบิ๊กซีไปต่างประเทศ (โพสต์ทูเดย์) เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ทุ่มงบลงทุนปีนี้ 1 หมื่นล้าน ขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ พร้อมตั้งเป้ารายได้เติบโต 7-9%
          (+) BGRIM* จบดีลซื้อ SPP1 รับรู้รายได้เม.ย.ทันที ลุยต่อโรงไฟฟ้ามั่นใจ 5 พัน MW มาเร็วกว่าเป้า (ทันหุ้น) BGRIM ซื้อ SPP1 จาก GLOW สำเร็จแล้ว เตรียมรับรู้รายได้ 124 เมกะวัตต์ เมษายนนี้ หนุนผลงานโตทันที ด้านโรงไฟฟ้าเกาหลี 100 เมกะวัตต์ คืบตั้งบริษัทย่อยแล้ว ปีนี้มั่นใจรายได้แตะ 4.2 หมื่นล้านบาท COD ไฟฟ้าเพิ่มอีก 697 เมกะวัตต์ มั่นใจมีกำลังการผลิตไฟฟ้าแตะ 5 พันเมกะวัตต์ เร็วกว่าแผนที่ตั้งไว้ในปี 2565
          (+) SQ เฮ! รับทรัพย์ก้อนโตคว้างาน Hongsa Power รวมมูลค่า 2.26 พันล้าน (ทันหุ้น) บิ๊กบอส "ศาศวัต ศิริสรรพ์" SQ ชนะประกวดราคางาน Hongsa Power จำนวน 2 โครงการ รวมมูลค่า 2,265 ล้านบาท ... อ่านรายละเอียดในบทวิเคราะห์ Alert วันนี้เพิ่มเติม
          (-) ขสมก. แจ้งยกเลิกสัญญา CHO งานติด e-Ticket-Cash Box 1.6 พันล้าน (ข่าวหุ้น) "ขสมก." ส่งหนังสือถึงมือ CHO แล้ว แจ้งยกเลิกสัญญางานติดตั้ง e-Ticket และ Cash Box วงเงิน 1,665 ล้านบาท เหตุเครื่องใช้งานไม่ได้ตามที่ TOR กำหนด มั่นใจ CHO อุทธรณ์แน่นอน
          
หุ้นที่แนะนำก่อนหน้า
          DTAC* (เป้าพื้นฐาน 46 บาท) แนะนำ "Let profit run" โดย กำหนดจุด Trailing stop ล๊อกกำไร 51.5 บาท
          CAZ (เป้าพื้นฐาน 6.0 บาท) ประเมินแนวรับ 4.70 บาท / แนวต้าน 5.15 บาท (Trailing stop ล๊อกกำไร 4.68 บาท) 
          SQ (เป้าพื้นฐาน 3.7 บาท) ประเมินแนวรับ 2.30 บาท / แนวต้าน 2.52 บาท และถัดไป 2.76 บาท (Trailing stop ล๊อกกำไร 2.28 บาท)
          RS* (เป้าพื้นฐาน 25 บาท) ประเมินแนวรับ 18.2 บาท / แนวต้าน 19.1 บาท (Trailing stop ล๊อกกำไร 18.0 บาท) 
 
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
          TFG* แนะนำ "ซื้อ" เป้าพื้นฐาน 3.8 บาท ฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการกำไรปี 2562 - 63 ลง เฉลี่ย -20% ต่อปี เนื่องจากราคาเนื้อไก่ที่อ่อนตัวลง (สัดส่วนรายได้ +64%) แม้ว่าราคาเนื้อหมูจะยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่องก็ตาม อย่างไรก็ดีหลังจากการปรับลดประมาณการกำไรลง และปรับลดเป้าหมาย PE ลง สะท้อนมุมมองที่เป็นลบมากขึ้นต่อธุรกิจเนื้อไก่ แต่ยังมี Upside +26% จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ"
          SEAFCO แนะนำ "ซื้อ" เป้าพื้นฐาน 12 บาท ข้อมูลจากงาน Opportunity day มุมมองยังเป็นบวก โดย i) Backlog 2.3 พันล้านบาท และโครงการหลักๆคาดจะส่งมอบภายใน 1H62, ii) เป้ารายได้ปีนี้ 3 พันล้านบาท (ฝ่ายวิจัยฯคาดไว้ที่ 2.9 พันล้านบาท) ซึ่ง Backlog เพียงพอต่อการรับรู้รายได้ 80% ของประมาณการฝ่ายวิจัยฯปีนี้แล้ว เป้าหมายของบริษัทจึงมีความเป็นไปได้สูง งานประมูลโครงการใหม่ๆอีกมากจะเป็น Upside ทั้งนี้คาดข่าวการเจรจาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในวันที่ 19 มี.ค.นี้ จะเป็น Catalyst บวกต่อราคาหุ้นหากการเจรจาระหว่างภาครัฐฯและกลุ่มซีพีลุล่วง 
 
          นักวิเคราะห์: อดิศักดิ์ คำมูล
          66.2658.8888 ต่อ 8843
          Research@kgi.co.th
 

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!